ปลูกผม รักษาศีรษะล้าน ผมบาง ผมร่วง ทำได้จริงเหรอ

ศีรษะล้าน ผมบาง ผมร่วง เกิดจากหลายสาเหตุ เช่นกรรมพันธุ์ จากสถิติพบว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่มีศีรษะล้านนั้น มักเกิดจากกรรมพันธุ์ โรคหรือภาวะต่าง ๆ เช่น ผู้ป่วยโรค SLE, ไทรอยด์เป็นพิษ, ขาดสารอาหาร, การคลอดบุตร เป็นต้น และมีบาดแผล แผลเป็นจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือการติดเชื้อจากเชื้อราที่กินรากผมส่งผลให้ผมตาย ฯลฯ

ศีรษะล้าน ผมบาง ผมร่วง รักษาได้หลายวิธี

ไม่ว่าจะเป็น การรักษาด้วยยา การปลูกผม การสวมวิกผมหรือการทอผม หรือการรักษาด้วยการผ่าตัด

ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ การปลูกผมจริงและการปลูกผมเทียม ซึ่งการรักษาศีรษะล้านที่นิยมส่วนใหญ่จะใช้วิธี “การปลูกผมจริง” เป็นการย้ายผมจากท้ายทอยมาปลูกบริเวณที่ศีรษะล้าน ซึ่งวิธีการย้ายมีด้วยกัน 2 วิธี คือ

  • การปลูกผมแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation) เป็นศัลยกรรมการผ่าตัดขนาดเล็ก โดยแพทย์จะตัดหนังศีรษะที่ท้ายทอยเป็นแผงออกมาจากบริเวณท้ายทอย แล้วทำการแยกเฉพาะรากผมที่ต้องการ แล้วฝังปลูกลงไปใหม่ในบริเวณที่มีศีรษะล้าน
  • การปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Excision)เป็นศัลยกรรมการปลูกผมที่นิยมในปัจจุบัน โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายสว่านปลายแหลมเจาะเส้นผมบนหนังศีรษะมาทีละช่อ แล้วปลูกเข้าไปใหม่ในบริเวณที่มีศีรษะล้าน ซึ่งวิธีนี้ผู้เข้ารับการรักษาจะเจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ศัลยกรรมปลูกผมช่วยไม่ให้ ศีรษะล้านได้จริงเหรอ

ศัลยกรรมปลูกผมช่วยไม่ให้ ศีรษะล้านได้จริงเหรอ

ศัลยกรรมปลูกผมช่วยได้จริง  แต่ไม่ใช่ทุกรายที่จะทำวิธีนี้ได้ ผู้ที่จะสามารถทำการปลูกผมด้วยศัลยกรรมได้ต้องมีผมที่ท้ายทอยหรือเหนือกกหูเป็นเส้นผมขนาดใหญ่และปริมาณความหนาแน่นต้องมากพอ การปลูกผมวิธีนี้จะใช้เส้นผมจริงของเจ้าตัวเท่านั้นไม่มีการใช้เส้นผมสังเคราะห์ หรือเส้นผมของผู้อื่นเหมือนการปลูกถ่ายอวัยวะชนิดอื่น หลังจากทำศัลยกรรมปลูกผมแล้ว เส้นผมสามารถขึ้นได้จริงและยาวได้ปกติ เป็นการปลูกผมถาวรจริงๆ  และคนที่มีผมร่วงบางจากกรรมพันธุ์ รากผมบริเวณท้ายทอยและเหนือกกหูจะไม่ถูกทำลาย  เพราะฉะนั้นเวลาย้ายเซลล์รากผมมาปลูกตำแหน่งที่ผมบางแล้วเส้นผมที่ขึ้นใหม่จะไม่กลับมาร่วงหรือมีเส้นเล็กลงอีก

ผ่าตัดปลูกผมใช้เวลานานไหม และอันตรายไหม

ส่วนใหญ่การทำศัลยกรรมปลูกผมจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง ในการทำขึ้นอยู่กับว่าปริมาณเซลล์รากผมที่จะย้ายมาปลูกมีมากน้อยเพียงไร ทั่วๆไปการย้ายเซลล์รากผม 1000-2000 กร๊าฟท์ จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (หนึ่งกร๊าฟท์=หนึ่งรากผมหรือหนึ่งกอผมซึ่งจะมีเส้นผม 1-4 เส้น หรือเฉลี่ย 2 เส้น/หนึ่งกอผม)  การผ่าตัดไม่จัดว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ไม่มีการดมยาสลบใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ระหว่างทำการปลูกผมคนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่ไม่เจ็บเพราะมีฤทธิ์ยาชาอยู่ บางที่อาจจะให้กินยากล่อมประสาทแบบอ่อน ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความกลัวหรือระหว่างการทำจะมีการเปิดเพลงให้ฟังจะได้รู้สึกเคลิ้มและผ่อนคลาย

ข้อควรทราบในการปลูกผม

การทำศัลยกรรมปลูกผม ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนเส้นผมให้มากขึ้นแต่เป็นการย้ายเซลล์ผมจากด้านหลังมาปลูกด้านหน้าแทน

การปลูกเซลล์รากผม ไม่ใช่การทำ  Stem cell

การทำศัลยกรรมปลูกผมไม่ใช้การแก้ที่ต้นเหตุแต่ช่วยปรับภาพลักษณ์ของเราให้ดีขึ้น

การปลูกผมนั้นจะทำแค่ 40-50% ของผมธรรมชาติ เพราะ โอกาสรอดของเซลล์เส้นผมจะสูงกว่า  และหากทำการปลูกหนาแน่นเกินไป เลือดจะมาเลี้ยงเซลล์เส้นผมไม่เพียงพอ และจะทำให้เซลล์เส้นผมบางส่วนตายได้

การปลูกผม ช่วง 2 เดือนแรกผมที่ปลูกจะร่วง จนเหมือนก่อนผ่าตัดซึ่งเป็นปกติ จากนั้นเซลล์ผมจะทำงานตามธรรมชาติ และจะงอกใหม่จนขึ้นประมาณ 80% ในเดือนที่ 6-9 และจะขึ้นเต็มที่ ในระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน

การเตรียมตัวก่อนจะทำการปลูกผม

การเตรียมตัวก่อนจะทำการปลูกผมควรหยุดยาดังต่อไปนี้

ยาทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 3  สัปดาห์ อาทิ แอสไพริน (Aspirin), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants), น้ำมันปลา (Fish Oil), เลซิทิน (Lecithin), กระเทียมเม็ด, วิตามิน E, วิตามิน A

ควรงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Alcohol ทุกชนิด และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์

หากมียาที่กินอยู่ประจำชนิดอื่นต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการผ่าตัด

หลังการปลูกผมควรดูตนเองอย่างไร

  • ควรนอนในท่าศีรษะยกสูงขึ้นในช่วง 1 วันหลังการรักษา
  • งดสระผมด้วยตนเองในช่วงวันแรกหลังการรักษา
  • ในช่วง 2 สัปดาห์หลังการรักษา ควรสระผมทุกวันด้วยแชมพูสระผมชนิดอ่อน
  • งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราว
  • ควรพักผ่อนและควรออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย
  • หลังการรักษา 2 สัปดาห์ ควรมาพบแพทย์ตามที่นัด

DoctorHairs.com

เซรั่มปลูกผม ปลูกผม ปลูกผมถาวร ศัลยกรรมผม แก้ปัญหาหัวล้าน ผมบาง ศัลยกรรมปลูกผม ปลูกผมถาวร ตัวช่วยในการแก้ปัญหาหัวล้าน ผมบาง